Monday, 5 November 2007

ภูมิหลังของ Web Application

ในยุคแรกของการติดต่อสื่อสารผ่านเวบจะเป็นแข็งๆถื่อๆตรงไปตรงมา หรือที่เรียกว่า Static Content คือ เนื้อหาข้อมูลจะคงที่ ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ พอซักระยะนึงก็มีคนพัฒนา CGI (Common Gateway Interface) Script ใน Web Server ได้ นี่แหล๊ะที่ทำให้เกิด Dynamic Content ขึ้น เจ้า CGI นี้เจ๋งมาก มันยัง support ภาษาอื่นๆ ด้วย เช่น ภาษา C หรือ C++ ทำให้ขณะนั้น CGI เป็นที่ popular มาก จนตอนนี้ก็ยังใช้อยู่เลย

ต่อมา Sun ผู้ผลิตภาษา Java ได้คิดทำ Java Applet ขึ้น แต่จะเป็นการทำงานที่อยู่ฝั่ง Client Side ระหว่างนั้นเอง Sun ก็ได้เริ่มออก Technology ใหม่อีกที่ชื่อว่า Servlet เพื่อมาทำงานฝั่ง Server Side เจ้า Servlet ได้ช่วยแก้ไขปัญหาข้อเสียหลายอย่างของ CGI เช่น ในเรื่องของประสิทธิภาพและความยืดหยุ่น ทำให้เจ้า Servlet ดังขึ้นมาในพริบตา

หลังจากนั้นไม่นาน พี่ Sun เค้าก็สร้าง Technology ใหม่อีกแหละ คือเจ้า JSP ตัวนี้เจ๋งมาก จริงๆมันออกมาก็เพื่อแก้ปัญหาของ Servlet อีกหละ แทนที่เราจะเขียน Code ทั้งหมดเอาไว้ที่ Servlet กว่าจะเขียน Web ออกมาได้ซักหน้าก็คงนาน เค้าก็เลยแยกออกมาเป็นภาษา Script ออกมาช่วยให้การทำงานง่ายขึ้น แถมเวลาแก้ไขไฟล์ JSP ก็ไม่จำเป็นต้อง Compile ใหม่อีก เจ้าตัว Servlet Container จะจัดการ Compile ให้เองอัตโนมัติ

เวลาผ่านไป คนทำงานเขียนโปรแกรมก็เริ่มฉลาดขึ้น ทำโปรเจคใหญ่ก็มามากต่อมาก ทำให้เรียนรู้ปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างการทำงาน จากประสบการณ์ที่สั่งสมมาทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า Framework ขึ้น นิยามสั้นๆของ Framework นะครับ Frame แปลว่ากรอบ work แปลว่า การทำงาน แปลจากหลังมาหน้าได้ความว่า การทำงานที่เป็นไปตามกรอบ หรือแบบแผนนั้นเองครับ การที่เรามี Framework ก็เพื่อช่วยลดภาระการทำงานให้น้อยลง ไม่ต้องเสียเวลา ส่วน Framework ที่เราพอจะรู้จักในสาย Web ดังก็มี Spring Framework, Struts Framework … นับนิ้วคงไม่หมด แต่ที่จะพูดถัดจากนี้ไปจะเป็น Struts Framework กันครับ

1 comment:

Waradith said...

มีประโยชน์ดครับ