Showing posts with label ibm. Show all posts
Showing posts with label ibm. Show all posts

Tuesday, 13 November 2007

IBM ยื่นซื้อ Cognos ห้าพันล้านเหรียญ US

เมื่อวานนี้ (12 พฤศจิกายน) IBM ยื่นซื้อ Cognos ด้วยราคา 58 เหรียญต่อหุ้น เบ็ดเสร็จเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้นเฉียดห้าพันล้านเหรียญ US

ตลาด BI ช่วงนี้ร้อนระอุ

  • 3 เดือนก่อน Oracle ซื้อ Hyperion
  • เดือนที่แล้ว SAP ซื้อ BO
  • เมื่อวานนี้ IBM เสนอซื้อ Cognos
Cognos เป็นที่หมายตาของบริษัทยักษ์ใหญ่หลายเจ้า รวมทั้ง Oracle ด้วย แต่พักหลัง Oracle แผ่วลงไป เพราะได้ซื้อทั้ง Siebel และ Hyperion มาครอบครองแล้ว

รายละเอียดการซื้อขายครั้งนี้ ตามไปดูได้ที่

Friday, 2 November 2007

Oracle ฉีกนำ IBM ทางด้านความเป็นผู้นำทาง Technology ของ Data Warehouse


โดยในปีที่แล้วนั้น Gartner ได้ทำการสำรวจทางด้านความเป็นผู้นำทาง Technology ของ Data Warehouse (Leader) ซึ่ง Oracle นั้นอยู่ในอันดับที่ 3 โดยที่ Teradata และ IBM นั้นครองอันดับหนึ่งและอันดับสองตามลำดับโดย Oracle นั้นตามหลัง IBM อย่างหายใจลดต้นคอดังที่เห็นตามกราฟครับโดย Microsoft นั้นตามหลังมาอย่างห่าง ๆ

แต่ว่าผลสำรวจปีนี้ของ Gartner ออกมาแล้วปรากฏว่า Oracle นั้นได้แซง IBM ขึ้นมาแล้วและกำลังไล่กวด Teradata อย่างสนุกซึ่งโอกาสที่จะแซงนั้นอาจจะยากซักหน่อยเพราะว่าทาง Teradata นั้นเค้าเชี่ยวชาญทางด้านนี้มานานแล้วและพัฒนาทางด้าน Data Warehouse มาอย่างต่อเนื่องไม่เหมือนกับ Oracle ที่จับแต่ database จนกระทั่งเพิ่งมาจับทางด้าน Data Warehouse แต่ก็ไม่แน่อาจจะเหมือน Google ที่มาที่หลังแต่ดังกว่าก็ได้
ส่วนเรื่องทางส่วนแบ่งทางการตลาดของ Data Warehouse ของ Oracle นั้น Oracle ทิ้งห่างคู่แห่งไปไกลหลายขุมเลยทีเดียว โดยตรองส่วนแบ่งทางการตลาดทั้งหมด 41% ในปี 2006 นะครับแต่ปีนี้ยังไม่รู้ครับแต่ที่น่าแปลกทั้งๆ ที่ Teradata นั้นเป็นผู้นำทางด้านนี้กลับครองส่วนแบ่งทางการตลาดได้น้อยมาก

Friday, 12 October 2007

การจัดการ Error ที่เกิดขึ้นจากการเรียก EJB Client Application บน WS6

การจัดการ Error ที่เกิดขึ้นจากการเรียก EJB Client Application บน WebSphere 6

สำหรับนักพัฒนาที่เริ่มศึกษา EJB ทุกท่าน มักจะพบปัญญาเดียวกันคือ เรียกใช้ EJB instance ไม่ไดั ทั้งที่พิมพ์ตามหนังสือ, เอกสาร, หรือ tutorial ใด ๆ ทุกอย่างแล้ว ก้อยังฟ้อง Error ออกมาให้ปวดอยู่เสมอ

วันนี้ผมจะนำเสนอเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย ที่จะช่วยให้ปัญหากวนใจเหล่านี้ หมดไปเสียที

สมมุติว่าเรามี EJB project ที่ ทำการ deploy ขึ้นไปบน Server เรียบร้อยแล้ว จากนั้นเราก้อจะมาทำ ตัว client ที่จะไปเรียก EJB เหล่านั้น กัน

ผมจะจำแนก ตัว client ออกเป็นสองประเภทครับ คือพวกที่รันอยู่บน JVM เดียวกันกับ EJB และ พวกที่รันบน JVM คนละตัวกับ EJB ตรงนี้ถ้าเราทำตามตัวอย่างในหนังสือ, เอกสาร, หรือ tutorial ใด ๆ จะพบว่า จะมีการเรียก InitialContext Class ดังนี้

InitialContext ic = new InitialContex();

นั่นหมายความว่า การทำงานของ client ตัวนี้ รันอยู่บน JVM ตัวเดียวกัน กับ EJB

แต่สำหรับนักพัฒนาสมัครเล่นอย่างผม ซึ่งมักจะลง JDK ไว้หลาย version เหลือเกิน ไม่รู้ตัวไหนบ้างมั่วไปหมด ดังนั้นแล้วจึงมั่นใจได้ว่า JVM ที่ใช้รัน Client เป็นคนละ
ตัวกับที่รัน EJB ผมจึงหันมาใช้ constructor ที่มีการกำหนดค่า ให้ตรงกับ System Enviroment แทน ดังนี้นะครับ

Properties props = new Properties();
props.put(Context.INITIAL_CONTEXT_FACTORY, <factory_Class>); props.put(Context.PROVIDER_URL, <host_name:port>);
InitialContext ic = new InitialContext(props) ;


มาถึงตรงนี้หลายท่านคงสงสัยขึ้นมาบ้าง ว่า <factory_class> ,<hostname:port> เราจะกับหนดค่าอย่างไร อันนี้มันก้อขึ้นอยู่กับว่า เราให้ Application Server อันไหน
เช่น WebSphere, Oracle AS , JBoss, WebLogic เป็นต้น ผมขอยกตัวอย่างที่ผมใช้งานคือ JBoss 4 กับ Websphere 6.0 ดังนี้ครับถ้าเป็น JBoss 4 เราจะเรียกดังนี้ครับ

environment.put(Context.INITIAL_CONTEXT_FACTORY, "org.jnp.interfaces.NamingContextFactory");

environment.put(Context.URL_PKG_PREFIXES, "org.jboss.naming:org.jnp.interfaces");

environment.put(Context.PROVIDER_URL, "jnp://localhost:1098");

// ตรง localhost นี่เปลี่ยนเป็น host ที่ EJB อยู่ในกรณีต่างเครื่อง

// ส่วน port 1098 เป็น default port ของ jboss นะครับ
// ลองเช็คดูได้คับว่าเครื่องเราใช้ port อันไหน เพราะว่าบ่อยครั้งที่ port default ถูกใช้งานไปแล้ว ให้เราลอง
// ตรวจสอบ ใน file jboss-service.xml ตรง tag ที่มีคำว่า name="jboss:service=Naming"
// ก้อให้นำค่าของ port ใน attribute นั้นมาใช้งานครับ

// ส่วนของ Websphere 6 นั้น ดังนี้ครับ


Properties props = new Properties();
props.put(Context.INITIAL_CONTEXT_FACTORY, "com.ibm.websphere.naming.WsnInitialContextFactory");

props.put(Context.PROVIDER_URL, "iiop://localhost:2809";

// เช่นเดียวกันกับ JBoss ครับ port 2809
// นี่เป็น port default ซึ่งผมจะพบเป็น ประจำเลย
// ว่าเครื่องที่รันไม่ได้ port default
// เพราะลง program อะไรต่อมิอะไรเต็มไปหมด
// จึงต้องทำการตรวจสอบ port server ที่แน่นอนก่อนเรียกใช้
// โดยเข้าไปที่ Server Websphere console นะครับ
// แล้วไปที่ Application servers > server1 > Ports

// server1 คือ ชื่อ server ที่เรา deploy EJB ขึ้นไปนั่นเอง ครับ
// โดยดูที่ port name ว่า "BOOTSTRAP_ADDRESS " ในตาราง
// เราก้อจะได้ port ที่ใช้ในการ remote เข้าไปใช้ instance EJB
// ในกรณีที่ใช้ Websphere Server 6 โดยจะนำ properties นี้
// ไปเป็น argument ให้กับ InitialContext class ดังที่กล่าวไปข้างต้นแล้ว
// ดังนี้ครับ InitialContext ic = new InitialContext(props) ;

// หลังจากนั้น เราก้อจะมาทำการ lookup JNDI
// ของ bean ที่เราต้องการใช้งานนะครับ
// ถ้าเราอ่านดูในหนังสือทั่วไปจะเป็นดังนี้นะครับ
Object o = ic.lookup("java:comp/env/ejb/MyHelloBean");

// MyHelloBean คือชื่อ ของ JNDI Name ที่ประกาศไว้ใน ejb-jar.xml
// แต่กรณีนี้จะใช้ได้กับ JVM เดียวกันเท่านั้นนะครับ กรณีที่เป็น JVM ต่างกัน
// จะไม่รู้จัก java:comp ดังนั้น เราจะต้องเรียกใช้ JNDI name ตรง ๆ
// ดังที่ประกาศไว้ใน ejb-jar.xml ครับ
// (กรณีที่เป็น Websphere 6 จะเป็นชื่อเฉย ๆ เช่น MyHelloBean )
// ดังนั้นโค๊ดของเราจะกลายเป็นดังนี้ครับ
Object o = ic.lookup("MyHelloBean") ;


ส่วนที่เหลือก้อตามโค๊ดในหนังสือ, เอกสาร, หรือ tutorial ใด ๆ ซึ่งถ้าเราพิมพ์ถูกไม่ตกหล่น ก้อไม่น่าจะมีปัญหาอะไรอีกแล้วล่ะครับ หรือถ้าเพื่อน ๆ ท่านใด ยังเจอปัญหา หรือ สงสัยก้อ comment เพิ่มเติมมาได้นะครับ แล้วพบกันใหม่ในบทความถัดไป

Monday, 7 August 2006

IBM J9 ประกาศรับรอง MobiForms

MobiForms เป็นเครื่องมือพัฒนาจาวาโมบายล์แอพพลิเคชัน สำหรับ Tablet PC, Pocket PC, Windows CE, Windows Mobile, EPOC, Symbian และ Palm
MobiForms ปฏิวัติการสร้างโมบายล์แอพพลิเคชัน โดยการลดเวลาในการพัฒนาจากวันเป็นนาที
ด้วย MobiForms นักพัฒนาไม่จำเป็นต้องมีความรู้เรื่องจาวาแม้แต่น้อย แต่สามารถพัฒนาแอพพลิเคชันอย่างมืออาชีพได้ด้วยฟีเจอร์ MobiForms drag and drop interface

เวอร์ชันล่าสุดมีฟีเจอร์สำคัญ คือ signature capture, image items, integrated MobiScript language for bar coding และสามารถใช้ติดต่อกับ
Oracle, Sybase, DB2 หรือแม้แต่ไฟล์ ASCII ทั่วไปได้ด้วย นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันด้านเน็ตเวิร์กสำหรับพัฒนา client-server mobile application
โดยใช้ร่วมกับ serial port, USB, Ethernet, Wi-Fi หรือ mobile phone connection

ปัจจุบัน MobiForms ได้รับการรับรองจาก IBM J9 Java environment(WebSphere Everyplace Micro Environment)
J9 จะสนับสนุน MobiForms บน Pocket PC,Window CE, Windows Mobile และ Palm นอกจากนี้ MobiForms ยังใช้ร่วมกับ Java environment
อื่นๆ อย่าง Jbed, Jeode และ Mysaifu บน Windows Mobile และ PersonalJava บน Symbian

*อนึ่ง J9 เป็น JVM สำหรับ embedded system หรือ mobile device ของ IBM
สนใจดูได้ที่ http://www-306.ibm.com/software/wireless/wece/features.html

ดาวน์โหลด MobiForms ได้ที่ http://www.mobiforms.com

ที่มา http://www.wi-fitechnology.com/displayarticle2778.html

Thursday, 27 July 2006

Oracle, SAP, IBM จับมือกันพัฒนา SOA specifications

กลุ่ม software vendor ชั้นนำซึ่งมี IBM, SAP และ Oracle อยู่ด้วย ประกาศความก้าวหน้าในการพัฒนา specification ของการเขียนโปรแกรมรูปแบบใหม่(language-neutral programming model) สำหรับพัฒนา application ภายใน SOA environment

SOA เป็นแนวทางการพัฒนาระบบ IT โดยนำ software และservice กลับมาใช้ใหม่(reuse) และกำลังเป็นที่นิยมในองค์กรต่างๆ มากขึ้นเรื่อย
แต่การ deploy web service และการรวม SOA technology ของ third-party ต่างๆ ยังเรื่องที่ยากอยู่

EA Systems, IBM, Oracle และ SAP จึงร่วมมือกันพยายามพัฒนา programming model แบบใหม่เพื่อให้สร้าง application บน SOA ได้ง่ายขึ้น โดยก่อตั้งกลุ่ม Open Service Oriented Architecture(www.osoa.org) ขึ้นมา กลุ่มนี้กำลังพัฒนาอยู่ 2 โครงการ คือ service
component architecture (SCA) และ service data objects (SDO)

SCA เน้นไปที่การกำหนดรูปแบบ สำหรับการสร้าง และรวม service component เพื่อพัฒนา SOA ขณะที่ SDO ทีเป้าหมายเพื่อหาวิธีการจัดการข้อมูลภายใน SOA application ทางกลุ่มตั้งเป้าว่าจะกำหนด spec เสร็จภายในสิ้นปีนี้

กลุ่มนี้เริ่มงานตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว มีเป้าหมายเพื่อพัฒนา soa spec ที่นำไปใช้ได้ง่าย และสนับสนุนหลายๆเทคโนโลยี ปัจจุบัน SCA specification สนับสนุน BPEL, PHP,Spring และ EJB แล้ว ปัจจุบันมีสมาชิกกว่า 17 องค์กร และกำลังมีเพิ่มอีก 9 รวมทั้ง Sun และ Red Hat ด้วย

ที่มา http://www.computerworld.com.au/index.php/id;344051677;fp;4;fpid;1398720840

Monday, 17 July 2006

IBM ออกโซลูชันสำหรับผู้ใช้ Oracle's JD Edwards

IBM ออกโซลูชันใหม่สำหรับ small and medium business (SMB) ที่ใช้ Oracle's JD Edwards EnterpriseOne application โซลูชันนี้เน้นที่ราคาถูกเพื่อให้เหมาะกับ smb แต่ก็รองรับผู้ใช้ได้ไม่เกิน 100 คนเท่านั้น

โซลูชันนี้พัฒนาบน System i business computing platform(www-03.ibm.com/systems/i) ซึ่งประกอบด้วย hardware ,software และ disk storage เพื่อรองรับการใช้งาน application สำหรับผู้ใช้ 100 คนโดยเฉพาะ

System i Solution Edition นี้ช่วยให้ลูกค้าจัดการระบบ IT ง่ายขึ้น โดยใช้ความรู้ด้านเทคนิคน้อยลง ราคาถูก นอกจากนี้สามารถใช้ร่วมกับ radio frequency identification (RFID) ได้ด้วย

IBM System i 520 Solution Edition สำหรับ Oracle's JD Edwards EnterpriseOne application จะออกขายวันที่ 11 สิงหาคมนี้ ราคาเริ่มต้นที่ 21,921 เหรียญ ดูรายละเอียดเพิ่มได้ที่ www.ibm.com/systemi

ที่มา http://smeit.com.sg/ShowPage.aspx?pagetype=2&articleid=3914&pubid=3&tab=Home&issueid=92

Friday, 23 June 2006

IBM ออก software เพิ่ม security ให้ Java app

IBM วางแผนออก software เพิ่ม security ใน Java application เพื่อป้องกัน และระบุตัว hacker
software จะช่วย Java dev สร้าง security ในระหว่าง software lifecycle process ตั้งแต่เริ่ม design ซึ่งดีกว่ามานั่งเพิ่ม plug-in แก้ปัญหาเอาภายหลัง นอกจากนี้ software พวกนี้ยังฟรีอีกด้วย ประกอบด้วย

Secure Shell Library for Java(http://www.alphaworks.ibm.com/tech/sshlite) พัฒนาจาก Secure Socket Shell ทำหน้าที่ encrypt ข้อมูลที่ส่งภายในเครื่อข่าย แบบอัติโนมัติ และยังเก็บ password และข้อมูลใน file ด้วย

IBM's Security Workbench Development Environment for Java(http://www.alphaworks.ibm.com/tech/sword4j) ช่วยนักพัฒนา configure และ validate Java app ซึ่งสนับสนุนมาตรฐาน Java และ OSGi(เป็น specification ที่กำหนดเกี่ยวกับ application life cycle model และ service registry) industry security

security ยังเป็นปัญหาสำคัญขององค์กร 60% ขององค์กรในสหรัฐมองว่าอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์(cyber-crime)สร้างความเสียหายกว่า อาชญากรรมทั่วไปและ FBI ก็ประเมินว่า cyber-crime สร้างความเสียหายถึง 62 พันล้านเหรียญ ในปี 2005 ที่ผ่านมา

ที่มา http://www.vnunet.com/vnunet/news/2158939/ibm-gives-away-java-security

Saturday, 17 June 2006

PHP Integration Kit สร้าง SOA ด้วย PHP

IBM ประกาศเตรียมออก PHP Integration Kit สำหรับสร้าง SOA application โดยจะใช้ร่วมกับ WebSphere Application Server (WAS) Community Edition ช่วยให้นักพัฒนาสามารถใช้ประโยชน์จาก PHP และ Java ร่วมกันได้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการ deploy application

PHP เป็น pramming language ยอดฮิต สำหรับสร้าง Web app โดยการรวมกับ Java ครั้งนี้จะช่วยให้ PHP พัฒนา Web 2.0 technology ได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้การใช้ PHP ภายใต้ SOA environment จะช่วยให้บริษัทสามารถสร้างระบบ IT ที่รองรับกับ business goal ให้สอดคล้องกันมากขึ้น

IBM WebSphere Application Server Community Edition เป็น J2EE app server แบบ open-source และฟรี พัฒนามาจาก Apache Geronimo technology ใช้พัฒนา และ deploy Java application

PHP Integration Kit จะให้ download ภายในเดือนนี้ ที่ alphaWorks เว็บของ IBM สาวก php อดใจรออีกหน่อย

ที่มา http://www.cxotoday.com/cxo/jsp/article.jsp?article_id=73941&cat_id=912

Monday, 12 June 2006

IBM คือที่ 1 ด้าน Middleware และ Application Server

บริษัท Gartner ได้สำรวจตลาด Application Integration และ Middleware พบว่า IBM ครองความเป็นที่ 1 ได้ส่วนแบ่งตลาด 37% โดยวัดจากรายได้เมื่อปีที่ผ่านมา ทิ้งที่ 2 อย่าง BEA ที่ได้ 14.5% ไม่เห็นฝุ่น ส่วน Oracle อยู่ที่ 3 ได้ 8.7% นอกจากนี้ยังบอกว่าตลาด Application Integration และ Middleware โดยรวมในปี 2005 โตขึ้น 7% และมีมูลค่า 8.5 พันล้านเหรียญ

Gartner บอกว่า

  • IBM เป็นผู้นำด้าน Middleware ที่ครอบคลุมทั้ง Transaction Processing Monitors, Integration Suites, Portal และ Message Oriented Middleware
  • IBM โตเร็วที่สุดในส่วน Application Server

ดูเพิ่มเติมได้ที่ http://www.dmreview.com/article_sub.cfm?articleId=1057332

ที่มา http://www.marketwire.com/mw/release_html_b1?release_id=135019

Thursday, 8 June 2006

IBM เตรียมออก DB2 version 9 แย่งลูกค้า Oracle

IBM ประกาศจะออก DB2 version 9 เดือนหน้า โดยได้มีการปรับปรุง และเพิ่ม feature หลายอย่างรวมทั้งสนับสนุน Ruby on Rails ด้วย เป้าหมายครั้งนี้เพื่อชิงส่วนแบ่งการตลาดจาก Oracle มาให้ได้

IBM อ้างว่า DB2 9 ปรับปรุงให้จัดการง่ายขึ้น และสนับสนุน service-oriented development framework เพื่อใช้ร่วมกับ IBM's WebSphere ด้วยที่สำคัญที่สุด คือ มี software สำหรับจัดการข้อมูลที่เป็น xml software นี้เดิมชื่อว่า Viper ช่วยเพิ่มความเร็วของ app ที่ใช้ XML ได้อย่างมาก Viper มีการใช้เทคโนโลยีที่จดสิทธิบัตรถึง 68 ชิ้น ใช้นักพัฒนาถึง 750 คน และใช้เวลาพัฒนาถึง 5 ปี นอกจากนี้ DB2 9 ยังมีกลไกการจัดเก็บข้อมูล ที่ช่วยองค์กรลดหน่วยจัดเก็บข้อมูล(hardware storage)ได้ถึง 40% และถูก optimize เพื่อรัน SAP's packaged application โดยเฉพาะเท่านั้นยังไม่พอ ได้รวม Ruby on Rails ไว้ด้วย IBM คาดว่า DB2 9 จะดึงลูกค้า Oracle มาได้

นักวิจัยตลาด บอกว่า Oracle ครองส่วนแบ่งตลาด relational-database มากที่สุด และรายได้ของ Oracle และ Microsoft ก็เติบโตเร็วกว่า IBM เมื่อปีที่ผ่านมา IBM ควดหวังอย่างมากว่า DB2 9 นี้จะแย่งลูกค้าจาก Oracle มาได้

ที่มา http://news.com.com/IBM+plays+XML+card+in+effort+to+beat+Oracle/2100-1012_3-6080999.html

IBM เตรียมออก DB2 version 9 แย่งลูกค้า Oracle

IBM ประกาศจะออก DB2 version 9 เดือนหน้า โดยได้มีการปรับปรุง และเพิ่ม feature หลายอย่างรวมทั้งสนับสนุน Ruby on Rails ด้วย เป้าหมายครั้งนี้เพื่อชิงส่วนแบ่งการตลาดจาก Oracle มาให้ได้

IBM อ้างว่า DB2 9 ปรับปรุงให้จัดการง่ายขึ้น และสนับสนุน service-oriented development framework เพื่อใช้ร่วมกับ IBM's WebSphere ด้วยที่สำคัญที่สุด คือ มี software สำหรับจัดการข้อมูลที่เป็น xml software นี้เดิมชื่อว่า Viper ช่วยเพิ่มความเร็วของ app ที่ใช้ XML ได้อย่างมาก Viper มีการใช้เทคโนโลยีที่จดสิทธิบัตรถึง 68 ชิ้น ใช้นักพัฒนาถึง 750 คน และใช้เวลาพัฒนาถึง 5 ปี นอกจากนี้ DB2 9 ยังมีกลไกการจัดเก็บข้อมูล ที่ช่วยองค์กรลดหน่วยจัดเก็บข้อมูล(hardware storage)ได้ถึง 40% และถูก optimize เพื่อรัน SAP's packaged application โดยเฉพาะเท่านั้นยังไม่พอ ได้รวม Ruby on Rails ไว้ด้วย IBM คาดว่า DB2 9 จะดึงลูกค้า Oracle มาได้

นักวิจัยตลาด บอกว่า Oracle ครองส่วนแบ่งตลาด relational-database มากที่สุด และรายได้ของ Oracle และ Microsoft ก็เติบโตเร็วกว่า IBM เมื่อปีที่ผ่านมา IBM ควดหวังอย่างมากว่า DB2 9 นี้จะแย่งลูกค้าจาก Oracle มาได้

ที่มา http://news.com.com/IBM+plays+XML+card+in+effort+to+beat+Oracle/2100-1012_3-6080999.html

Tuesday, 16 May 2006

IBM, BEA และ Oracle ศึกชิงตลาด communications-oriented middleware

ปัจจุบัน Voice, audio, video และ mobile technologies กำลังเติบโต และยังมีช่องว่างในการพัฒนาอีกมาก ทำให้ vendor หลายเจ้ามาร่วมแจม
ด้วย ทั้ง Oracle, IBM และ BEA ซึ่งกำลังทำตลาด middleware สำหรับอุตสาหกรรม telecom ซึ่งต้องใช้ SOA และ web service มาช่วย
integrate application

ผู้ให้บริการ telecom พยายามลดต้นทุน โดยการ integrate บริการจากผู้ให้บริการต่างๆ มาอยู่ภายใต้ platform เดียวกัน โดยใช้ protocol พิเศษ
เช่น IP-based Internet Multimedia Subsystem (IMS) IMS จะรวม communications equipment จากต่างสายพันธุ์ ให้ทำงานร่วมกันได้บน
platform เดียวกัน โดยทั้ง Oracle, IBM และ BEA กำลังแข่งขันกันอย่างดุเดือด และต่างกำลังพัฒนา software เพื่อสนับสนุน IMS นี้อยู่

Oracle ออก telcos operational systems support และ Service Delivery Platform (SDP) เมื่อเดือนที่แล้ว
SDP เป็น distributed computing software suite เอาไว้สนับสนุน business transaction และเพิ่มประสิทธิภาพ communication

ส่วน BEA ออก telco engine และ WebLogic Communications Platform เมื่อปีที่แล้ว

IBM ไม่ยอมแพ้ออก WebSphere Application Server 6.1 ที่ support Session Initiation Protocol (protocol สำหรับ multimedia internet
ส่วนใหญ่ใช้ใน Voice over IP (http://en.wikipedia.org/wiki/Session_Initiation_Protocol)) ด้วย

ที่มา http://www.tmcnet.com/usubmit/2006/05/15/1650230.htm

Monday, 10 April 2006

IBM Thread and Monitor Dump Analyzer for Java Technology

ระหว่างที่ Java process ทำงาน บางที JVM อาจทำงานผิดปกติ และบ่อยครั้งอาจ hang จน JVM shutdown ซึ่งยากที่จะหาสาเหตุของปัญหา
โดยการใช้ JavaCore (JavaCore เป็นเครื่องช่วย debug java application โดยมันจะเขียนข้อมูล เช่น stack trace, class loader information
ลง xml file ซึ่งทำให้ application อื่นสามารถนำไปวิเคราะห์ต่อได้ : http://javacore.sourceforge.net/)
เมื่อ Java process เกิด hang ทำให้เราสามารถเก็บข้อมูลของ JVM และ Java app ที่เกิดปัญหาได้ เช่น
operating system, the application environment, threads, native stack, locks,memory เป็นต้น

JavaCore จะแก้ไข JVM ซึ่งโดยปกติ JavaCore จะทำงานเมื่อ JVM หยุดทำงานผิดปกติ
นอกจากนี้สามารถส่งสัญญาณไปที่ JVM เพื่อให้ JavaCore ทำงานได้ แต่น่าเสียดายที่ JavaCore อยู่ใน Sun Solaris JVM กับ IBM JVM เท่านั้น

IBM Thread and Monitor Dump Analyzer for Java Technology เป็นเครื่องมือที่วิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จาก JavaCore และ
แสดงข้อมูลเพื่อวินิจฉัยหาสาเหตุของปัญหา เช่น current thread information, the signal that caused the javacore, Java heap information (maximum Java heap size, initial Java heap size, garbage collector counter, allocation failure counter, free Java heap size, และ allocated Java heap size), number of runnable threads, total number of threads, number of monitors locked, และ deadlock information
เรียกว่าต้องใช้ความรู้ Java ระดับ Low level จริงๆ ถึงจะใช้เครื่องมือนี้ได้

ที่มา http://www.alphaworks.ibm.com/tech/jca?open&S_TACT=105AGX59&S_CMP=GR&ca=dgr-jw26awjca

JavaCore

ระหว่างที่ Java process ทำงาน บางที JVM อาจทำงานผิดปกติ และบ่อยครั้งอาจ hang จน JVM shutdown ซึ่งยากที่จะหาสาเหตุของปัญหา
โดยการใช้ JavaCore (JavaCore เป็นเครื่องช่วย debug java application โดยมันจะเขียนข้อมูล เช่น stack trace, class loader information ลง xml file ซึ่งทำให้ application อื่นสามารถนำไปวิเคราะห์ต่อได้ : http://javacore.sourceforge.net)
เมื่อ Java process เกิด hang ทำให้เราสามารถเก็บข้อมูลของ JVM และ Java app ที่เกิดปัญหาได้ เช่น
operating system, the application environment, threads, native stack, locks,memory เป็นต้น

JavaCore จะแก้ไข JVM ซึ่งโดยปกติ JavaCore จะทำงานเมื่อ JVM หยุดทำงานผิดปกติ
นอกจากนี้สามารถส่งสัญญาณไปที่ JVM เพื่อให้ JavaCore ทำงานได้ แต่น่าเสียดายที่ JavaCore อยู่ใน Sun Solaris JVM กับ IBM JVM เท่านั้น

IBM Thread and Monitor Dump Analyzer for Java Technology เป็นเครื่องมือที่วิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จาก JavaCore และ แสดงข้อมูลเพื่อวินิจฉัยหาสาเหตุของปัญหา เช่น current thread information, the signal that caused the javacore, Java heap information (maximum Java heap size, initial Java heap size, garbage collector counter, allocation failure counter, free Java heap size, และ allocated Java heap size), number of runnable threads, total number of threads, number of monitors locked, และ deadlock information เรียกว่าต้องใช้ความรู้ Java ระดับ Low level จริงๆ ถึงจะใช้เครื่องมือนี้ได้

ที่มา http://www.alphaworks.ibm.com/tech/jca?open&S_TACT=105AGX59&S_CMP=GR&ca=dgr-jw26awjca